อนาคตที่ไร้ไมโครซอฟท์

ตอนนี้มองไปรอบตัวเห็นแต่ไมโครซอฟท์เต็มไปหมดไม่ว่าจะเป็นเซิร์ฟเวอร์ในบริษัทใหญ่ๆ เครื่องเดสก์ทอปของสำนักงานก็ใช่ โน้ตบุ๊คก็ยังหนีไม่พ้น กลับไปบ้านจะเล่นเกมก็ต้อง Xbox คว้าโทรศัพท์มือถือก็เจอวินโดวส์โมบาย แล้วอะไรอีกดีหละที่ไม่ใช่ไมโครซอฟท์ แต่ในอนาคตคุณเชื่อหรือไม่ว่าทุกอย่างจะไม่มีไมโครซอฟท์เหลืออยู่เลย ถ้าคุณไม่เชื่อก็ไม่ต้องอ่านต่อส่วนคนที่เชื่อมาร่วมกันหาคำตอบว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรเริ่มจากเรื่องของเซิร์ฟเวอร์ที่ใครเข้าใจว่าน่าจะใช้วินโดวส์กันมากมาย ส่วนความเป็นจริงโลกนี้เคยเป็นของยูนิกซ์มาก่อนและตอนนี้กำลังเปลี่ยนเป็นลีนุกซ์ ถ้าไม่เชื่อลองหันไปมองรอบๆ ตัวคุณอีกทีอุปกรณ์อย่างเราท์เตอร์ข้างในก็ลีนุกซ์ทั้งนั้น หรือแม้แต่เซิร์ฟเวอร์ของไอเอสพีทั่วฟ้าเมืองไทยก็ล้วนแต่เป็นลีนุกซ์มากกว่าครึ่ง ยิ่งถ้าเป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์ก็ไม่ต้องพูดถึง ทุกวันนี้นับวันลีนุกซ์ก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เรื่องนี้ไมโครซอฟท์รู้ดีว่าตลาดนี้ยากนักที่จะทำให้กลับมาเหมือนเดิมเดสก์ทอปคงเป็นเรื่องที่ล้มไมโครซอฟท์ยาก แต่ก็ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าเพราะในขณะที่วิสต้าตัวใหญ่โตมโหฬารพร้อมที่จะทำงานบนเครื่องที่มีแรมเยอะๆ ซีพียูขั้นเทพ ก็พอดีว่ากระแสของคนทั่วโลกเปลี่ยนอยากมาใช้เครื่องเล็กๆ พกติดตัวได้ง่าย และส่วนใหญ่เครื่องพวกนี้ไม่แรงพอที่จะทำให้วิสต้าวิ่งเล่นได้ มันก็เลยเหมือนการเอาช้างมานั่งบนเก้าอี้ของเด็กอนุบาล ดังนั้นภาพที่จะเกิดขึ้นไม่ต้องพูดถึง งานนี้หลายคนหาทางออกด้วยการเอาเครื่องเดิมมาลงลีนุกซ์อย่าง Ubuntu แทนครั้นถึงเวลาของความนิยมโน้ตบุ๊คมาถึงแต่ความแรงของวิสต้าอาจทำให้กระต่ายกลายเป็นเต่าได้ง่ายๆ แม้จะพยายามกดดันด้วยการไม่ยอมให้คนซื้อโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ย้อนกลับไปใช้เอ็กซ์พีได้ง่ายๆ ต้องออกแรงมากมาย แต่จนแล้วจนรอดคนก็ส่ายหน้าแล้วบอกว่าเอาเอ็กซ์พีได้ไหมวิสต้าไม่อาจเอื้อมเพราะกินจุเหลือเกิน บวกกับกระแสของ Netbook กำลังมาแรงด้วยหลักการที่ว่าประหยัดเบาและเล็ก ส่วนความแรงคงไม่ต้องพูดถึงเพราะเป้าหมายเป็นคนที่ใช้งานทั่วไปเท่านั้น งานนี้ไมโครซอฟท์ก็มองเห็นแต่ก็รู้ตัวดีว่าหากเอาวิสต้ามาลงก็คงจะไม่รอด ก็ขนาดเอ็กซ์พียังต้องทำการลดน้ำหนักมากมายชนิดเอาแขนเอาขาออกเหลือแต่ตัวก็ยอมทำ แต่ใครจะอยากใช้กันหละ ลีนุกซ์ก็เลยได้อานิสงฆ์ไปเต็มๆ เพราะธรรมชาติของมันจะเล็กจะใหญ่หรือจะจิ๋วก็ไม่มีปัญหา ดังนั้นเชื่อได้ว่าการที่เครื่องสำหรับคนเริ่มต้นใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตลงลีนุกซ์ ก็หมายความว่าคนรุ่นใหม่จะโตขึ้นมาพร้อมลีนุกซ์ งานนี้ไมโครซอฟท์ไม่ยอมแน่ๆส่วนเรื่องของความบันเทิงอย่างเครื่องเล่นเกมคอลโซลเดินไปไหนมาไหนก็มองเห็นแต่ Playstation กับ Nintendo ทั้งนั้น น้อยคนที่จะมี Xbox เอาไว้ในครอบครอง จริงอยู่ที่เกมมีให้เลือกเล่นมากมาย แต่ส่วนใหญ่ค่ายเกมก็ออกครบทุกค่าย หลายคนเป็นห่วงว่า Xbox จะบริโภคหน่วยความจำแบบถาวรจนทำให้การเล่นเกมหมดสภาพหรือเปล่า เพราะดูส่วนประกอบภายในแล้วก็พีซีแรงๆ ลงวินโดวส์ดีๆ นี่เอง ดังนั้นเรื่องของเกมคอนโซลคาดว่าจะเป็นการแข่งระหว่างสองค่ายที่ไม่ใช่ไมโครซอฟท์แน่นอนมาถึงเรื่องของวินโดวส์โมบายกันบ้าง ก็ยังมีแนวทางการเจริญเติบโตเหมือนวินโดวส์รุ่นพี่ กล่าวคือยิ่งทำก็ยิ่งตัวใหญ่กินจุทั้งๆ ที่ฮาร์ดแวร์มีการพัฒนาไปมากมายแล้วก็ตามวินโดวส์ก็ยังคงกินเรียบแบบไม่มีเหลืออยู่เหมือนเดิม งานนี้ถ้า Android พร้อมเมื่อไรรับรองว่าได้โบกมือลาวินโดวส์โมบายแน่นอน เพราะคาดว่าเครื่องที่ใช้วินโดวส์โมบายวิ่งเป็นเต่าหากเปลี่ยนเป็นระบบใหม่จะสามารถกระโดดและวิ่งเป็นกระต่ายได้เลยทีเดียว ใครๆ ก็รอคอย Android กันทั้งนั้นงานนี้เบื้องหลังมีลีนุกซ์ซ่อนอยู่อีกเช่นเคย ที่สำคัญค่ายมือถือรายใหญ่ๆ ไปรวมลงทุนลงแรงกับ google กันเกือบหมดแบบนี้มองเห็นอนาคตกันชัดเจนเรื่องราวทำท่าจะไม่จบลงง่ายๆ เพราะแม้แต่แอพพลิเคชันครองโลกอย่างไมโครซอฟท์ออฟฟิศกับบราวเซอร์ที่ชื่อว่าไออีก็พลอยโดนหางเลขอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะในอนาคตคนที่ใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเติบโตมาพร้อมกับลีนุกซ์เขาเหล่านั้นก็จะคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับ OpenOffice.org กับ FireFox หม้อข้าวหม้อแกงของไมโครซอฟท์มีหวังโดนทุบ แล้วเรื่องมันก็จะเลยเถิดไปถึงไฟล์ฟอร์แมตที่ชื่อว่า ODF อย่างช่วยไม่ได้คราวนี้ลองมองไปรอบๆ ตัวอีกทีคุณมองเห็นเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ลีนุกซ์เต็มไปหมด เห็นโน้ตบุ๊คที่ใช้ลีนุกซ์อยู่เต็มร้านกาแฟ เห็นคนพูดคุยกันผ่าน Android เห็นคนนั่งเล่นเกมบนเครื่อง Playstation ท่องอินเทอร์เน็ตด้วย FireFox และแลกเปลี่ยนเอกสารกันด้วย Open Document Format อืม...อนาคตที่ไร้ไมโครซอฟท์ 

เยี่ยมครับ

ถ้าเป็นไปได้ละก็สุดยอดละครับผม^^
ปล.อีกนานครับท่าน

เกิดขึ้นต

เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป

อนาคตอะไร

อนาคตอะไรก็ขึ้นได้ครับ ทุกอย่างย่้อมมีการพัฒนา อุตสาหกรรมด้านนี้อาจขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มี Microsoft (คุณมีอคติกับ Microsoft รึเปล่า ??)

สภาพการณ์

สภาพการณ์ที่ไร้ไมโครซอฟท์ ผมเชื่อว่าคงเกิดขึ้นได้กับ "หลายๆคน" แต่สุดท้ายแล้วจะไม่มีทางเป็นแบบนั้นกับ "ทุกคน" เป็นแน่ครับ

ในยุคปัจจุบันนี้ ผู้ใช้คอมพิวเตอร์เริ่มหันมาใช้โอเพนซอร์สกันมากขึ้นจริง อย่างผมเองตอนนี้ก็ใช้ FireFox อย่างชินมือกว่า IE ในแฟลชไดรฟ์ของผมก็พก Ubuntu ไว้สำหรับเล่นที่มหาลัย(ไวรัสมันเยอะ) ที่จริง หากว่าโมเด็มผมไม่ใช่ USB ผมก็คงลงลินุ๊กส์เป็น OS ที่สองแล้ว

อย่างไรก็ตาม การใช้โอเพนซอร์สยังมีปัญหาอีกมากในด้านของ ความยุ่งยากในการเรียนรู้ สำหรับคนที่รักสบาย ไม่ชอบอะไรยุ่งยาก Windows ก็จะยังเป็นทางเลือกของพวกเขาอยู่ดี รวมทั้งความที่มันเป็น Mass Produce จึงมีโปรแกรมให้เลือกใช้งานมากกว่า และหาง่าย(ในพันทิพย์) ฉะนั้นแล้วผมว่าการจะไม่มีผู้ใช้ไมโครซอร์ฟอยู่เลยนั้น เป็นไปได้ยาก

และสำคัญที่สุดคือ ไมโครซอร์ฟก็ไม่โง่หรอกครับ ถึง Produce ที่ออกมาช่วงนี้จะไม่ดีซักเท่าไร แต่จนบัดนี้เขาก็ยังเป็นอันดับหนึ่งอยู่ดี หากคุณเป็นนักวิ่ง แล้วกำลังวิ่งนำอยู่ คุณจะทำอย่างไรระหว่า หยุดรอให้คนข้างหลังแซงคุณ หรือวิ่งทิ้งห่างเขาไป

เอาเหอะ พวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป ผมไม่สนใจเท่าไรหรอก เพราะสุดท้ายคนชนะคือ ผู้บริโภคอย่างเรานี้ล่ะ

ปล. จริงๆแล้วในบรรดาเครื่องเล่นเกม Playstation3 - Wii - Xbox360 Playstation3 น่าเป็นห่วงที่สุดในเวลานี้ เพราะโดนสองเครื่องทิ้งห่างเยอะเลย แถมเกมดีๆของญี่ปุ่นไปลงเครือง Xbox กันเพียบ ตอนนี้กำลังวิ่งไล่ด้วย Metal Gear Solid4 อย่างเอาเป็นเอาตาย

หลายความคิดเห็นถึงจะสมบูรณ์

ดีใจครับที่มีหลายคนช่วยกันออกความคิดเห็น เพราะลำพังมุมมองเดียวคงไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา เอาเป็นว่าขอบคุณทุกคนที่อ่านและทุกคนที่ออกความคิดเห็น ใครยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นก็ขอเชิญตรงนี้อีกรอบ

ผมก็คิดๆอ

ผมก็คิดๆอยู่นะว่า ถ้าเราพัฒนาOpensource ให้ดีขึ้นมันก็ช่วยลดการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ (เท่าไหร่ก็ไม่รู้) แต่ที่สำคัญคือช่วยลดค่าซอฟท์แวร์ในองค์กรใหญ่ๆได้มาก และผู้ใช้ทั่วไปก็ไม่ต้องไปขายนาขายไร่เพื่อซื้อซอฟท์แวร์แพงๆ

อีกอย่าง เรื่องของซอฟท์แวร์ที่บริโภคทรัพยากร อันนี้สำคัญมาก ทุกคนเริ่มคิดกันแล้วว่า สิ่งที่เขาทำขึ้นมานั้นเขาคิดอะไรอยู่ นี่คือกลไกการตลาดด้านฮาร์ดแวร์หรือเปล่า ที่แน่ๆคือว่าฮาร์ดแวร์คงอยู่กับที่คงไม่เห็นจะได้

อีกอย่างก็คือ ลิขสิทธิ์ด้านสื่อมีเดีย ถ้าจะเอาโอเพ่นซอร์สเพียวๆ ก็คงไม่ไหวแน่ๆ ถ้าเป็นด้านอุตสาหกรรมสื่อมีเดียที่ต้องจำกัดสิทธิ์ เขาจะเอาหลักประกันอะไรกับโอเพ่นซอร์สได้ ใครจะเป็นคนทำ และซอฟท์แวร์ที่ทำขึ้นมามีมาตรฐาน ได้รับการยอมรับจนถึงได้รับความนิยมด้วยหรือเปล่า ถ้าไปโอเพ่นแล้วจะมีสื่อที่เข้ารหัสสำหรับลูกค้าไปทำไม ในเมื่อมีคนไปแก้ซอร์สแล้วไปเปิดอ่านสื่อนั้นได้สบายใจเฉิบ....

แล้วซอฟท์แวร์ที่ทำขึ้นมาหากเกิดความเสียหายใครอย่างร้ายแรงเพราะตัวซอฟท์แวร์เองใครหน้าไหนจะรับผิดชอบ คนในองค์กรเหรอ? เห็นจะได้ แต่ไม่ถูกทั้งหมด ตอนนี้ยังเป็นสิ่งที่ให้คนอย่างเราๆไปคิดกันเอาเองว่า เวลาเกิดความเสียหายจะฟ้องร้องกับใคร? ใครจะกล้ารับประกัน?

เกมก็ใช่ ตอนนี้ยังไม่มีค่ายฮาร์ดแวร์ไหน(ดังๆ)ประกาศว่าจะทำไดรเวอร์สำหรับระบบปฏิบัติการโอเพ่นซอร์ส ใครล่ะจะไปทำ ต่อไปอาจจะมีขึ้นก็ได้

เกม3มิติแบบโหดๆ สำหรับระบบปฏิบัติการโอเพ่นซอร์ส ใครจะเอาหลักประกันได้? อย่างมากก็เห็นแต่แมคก็ยังยิ้มแล้ว?

สิ่งที่ชาวโอเพ่นซอร์สสมควรที่จะทำ

1.ลินุกซ์
-ระบบปฏิบัติการลินุกซ์(ที่เหมาะสมกับคอมพิวเตอร์แต่ละประเภท)ควรจะรวมตัวกันเป็นระบบปฏิบัติการลินุกซ์เฉพาะประเภทนั้นๆไปเลย ที่เห็นๆอยู่ก็มั่วๆในสายตาของคนที่ไม่เคยใช้ลินุกซ์เลย ออกรุ่นนั่นรุ่นนี้(ก็มันจำเป็นนี่) มาเยอะมาก ถ้าจะทำไดรเวอร์มันก็ออกได้แค่รุ่นนั้นๆ รุ่นอื่นก็ทำไม่ได้ แล้วใครกล้าที่จะทำเกมสามมิติออกมาให้คุณใช้กับลินุกซ์ได้ล่ะ แล้วเวลาจะปริ้นงานล่ะ จะเอาไดรเวอร์มาจากไหน ตอนนี้ยังไม่เห็นไดรเวอร์ที่ใช้งานได้จริงเลย แม้จะมีให้ใช้ก็ตาม
-ถ้าจะทำลินุกซ์ให้มันออกคอนเซ็ปต์ เป็นมิตรกับผู้ใช้ ก็ควรทำได้แล้ว เพราะคนอื่นที่มันไม่รู้อะไรมาใช้มันก็โบ้ย "กูกลับไปใช้วินโดวส์ดีกว่า" เพราะ UI ที่มันไม่เข้าท่าเข้าทาง ไดเร็คทอรรี่มันเข้าๆออกๆ ไม่รู้จักที่มาที่ไป มั่วไปหมด
-ระบบ non-Recent Drivers Hardware เปิดทุกครั้งโหลดใหม่ทุกครั้ง นี่ล่ะที่หนึ่งในสาเหตุที่พวกไม่รู้เรื่องมันบ่น "โหลดหาพระแสงอะไร นานเหลือเกิน" คนมันขี้เกียจรอ
-คนที่ใช้ลินุกซ์บ่นมาประมาณว่า คนใช้....เหมือนคนสิ้นคิด เพราะหลงระเริงกับ UI ที่ไม่รู้ที่มาที่ไปว่ามีคำสั่งอะไรในนั้น เรื่องนี้ช่างมันก่อนได้ไหม คนที่เดินตามวินโดวส์ ก็บ่นทนไม่ไหวแล้ว คนที่ซื้อโน๊ตบุ๊ค อยากจะใช้ XP ก็ไม่ได้ เพราะไม่มีไดรเวอร์รองรับ ช้าก็ช้าแต่ถ้าจะใช้ลินุกซ์ ลินุกซ์เหมือนกับศาสตราจารย์กับเด็ก อนุบาล จูนเรื่องระบบ UI หากันแทบจะไม่ได้ คนใช้ก็สุดทนกับความงุนงง มีเมนูที่ตนเองอยากจะใช้ก็หายาก อุบันตูยังหายากอยู่เลย
-งงกับชื่อโปรแกรม ไปดูกันเองว่าชื่อโปรแกรมแต่ละอันมันน่าจะบ่งบอกอะไรได้บ้าง ชื่อโปรแกรมชื่อนึง แต่การใช้งานไปอีกทางนึง
-การติดตั้งโปรแกรมอื่นๆ อันนี้ล่ะคือตัวแปรสำคัญ มัวแต่ไปพิมพ์คำสั่ง ชาตินี้คงไม่ต้องทำอะไรกันล่ะ (พวกไม่รู้เรื่อง)
เห็นใจเขาที่อยากจะใช้ด้วย ถ้าเราอยากให้เขาใช้ เราก็ต้องพัฒนาให้มันน่าใช้ด้วย
-สรุป การพัฒนายังกระจัดกระจายกันอยู่ แต่ไม่เป็นไร ต่อไปจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ต้องหาระบบปฏิบัติการที่ดีที่สุด และได้รับความนิยมสูงสุดมาพัฒนาในทุกๆด้าน ไม่ใช่สักแต่จะออกอย่างเดียว

2.ซอฟท์แวร์ออฟฟิต
-มาถูกทางแล้วสำหรับ OpenOffice นับวันก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่....คุณใช้จาวาในการพัฒนา คิดดูว่าเรื่องของการจัดการหน่วยความจำเป็นอย่างไรบ้าง น่าประทับใจไหม คุณเปิดเอกสารมาปุ๊บ...เอ๊ะ ไม่ใช่ เปิดอันใหม่ เสียเวลาในการโหลด

ต้องเข้าใจว่าจุดอ่อนที่เป็นปัญหาของจาวาเกี่ยวกับการโหลดโปรแกรมใหญ่ๆซึ่งต้องใช้เวลาเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก แม้จะรันในลินุกซ์ที่กินทรัพยากรน้อยก็ตาม

ฝากไปคิดก็แล้วกัน ผมก็ขอสนับสนุนโอเพ่นซอร์สด้วยคน

ความคิดเห

ความคิดเห็นต่างมุมมอง ยกกันมาเป็นข้อๆครับ
"-ระบบปฏิบัติการลินุกซ์(ที่เหมาะสมกับคอมพิวเตอร์แต่ละประเภท)ควรจะรวมตัว กันเป็นระบบปฏิบัติการลินุกซ์เฉพาะประเภทนั้นๆไปเลย ที่เห็นๆอยู่ก็มั่วๆในสายตาของคนที่ไม่เคยใช้ลินุกซ์เลย ออกรุ่นนั่นรุ่นนี้(ก็มันจำเป็นนี่) มาเยอะมาก ถ้าจะทำไดรเวอร์มันก็ออกได้แค่รุ่นนั้นๆ รุ่นอื่นก็ทำไม่ได้ แล้วใครกล้าที่จะทำเกมสามมิติออกมาให้คุณใช้กับลินุกซ์ได้ล่ะ แล้วเวลาจะปริ้นงานล่ะ จะเอาไดรเวอร์มาจากไหน ตอนนี้ยังไม่เห็นไดรเวอร์ที่ใช้งานได้จริงเลย แม้จะมีให้ใช้ก็ตาม"
- linux เป็น open source ซึ่งใครก็สามารถนำไปพัฒนาต่อได้ เหมือนกับมนุษย์เรานี่แหละ มีหลายเชื้อชาติ หลายเหล่า แต่ที่สุดแล้วก็คือมนุษย์เหมือนกัน และที่ว่ามั่วๆในสายตาคนไม่ที่ไม่เคยใช้ linux คงหมายถึงมีหลาย distro ซึ่งมันก็ไม่แตกต่างจาก M$ เท่าไหร่หรอก ที่มีหลายรุ่น(95,98,ME,2000,XP,Vista) แล้วยังหลาย version อีก(Home,OEM,Professional,Starter,Ultimate,etc.) แล้วใครจะกล้าทำเกมส์ 3D ออกมาใช้กับ linux แล้วย้อนถามหน่อยนะครับว่า แล้วมีบริษัทเกมส์ หน้าไหน ทำเกมส์เฉพาะ PC บ้างละครับ ก็เพราะ source ที่เขามีนี่แหละที่ทำให้เขาแตกออกไปลงกับเกมส์คอนโซนได้ PC ไม่ได้เกิดมาเพื่อเล่นเกมส์ แต่เกมส์เป็นแค่ส่วนหนึ่งในการพัฒนา PC เท่านั้น

"-ถ้าจะทำลินุกซ์ให้มันออกคอนเซ็ปต์ เป็นมิตรกับผู้ใช้ ก็ควรทำได้แล้ว เพราะคนอื่นที่มันไม่รู้อะไรมาใช้มันก็โบ้ย "กูกลับไปใช้วินโดวส์ดีกว่า" เพราะ UI ที่มันไม่เข้าท่าเข้าทาง ไดเร็คทอรรี่มันเข้าๆออกๆ ไม่รู้จักที่มาที่ไป มั่วไปหมด"
-ตอนนี้ก็มี 2 GUI หลัก(จริงมีมากกว่านี้) ที่ใช้กัน นั่นก็คือ Gnome และ KDE ใช้งานได้ไม่ยากหรอก ไม่คิดถึงตอนเปลี่ยนจาก M$win 3.1 มาเป็น M$win 95 ดูบ้างหรือ(งงเป็นไก่ตาแตกเหมือนกัน) ส่วนของ directory มันก็เป็นของมันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

"-ระบบ non-Recent Drivers Hardware เปิดทุกครั้งโหลดใหม่ทุกครั้ง นี่ล่ะที่หนึ่งในสาเหตุที่พวกไม่รู้เรื่องมันบ่น "โหลดหาพระแสงอะไร นานเหลือเกิน" คนมันขี้เกียจรอ"
-มันเปลี่ยนไปแล้ว ตรงข้าม linux แทบไม่ต้องหา driver ลงเพิ่มเลย เทียบเวลาแล้วตอน boot อาจนานกว่า(ว่ากันเป็นวินาที) แต่เมื่อต้องเสียบอุปกรณ์อะไรสักอย่าง ก็ไม่ต้องลง driver เพิ่มแล้ว

"-คนที่ใช้ลินุกซ์บ่นมาประมาณว่า คนใช้....เหมือนคนสิ้นคิด เพราะหลงระเริงกับ UI ที่ไม่รู้ที่มาที่ไปว่ามีคำสั่งอะไรในนั้น เรื่องนี้ช่างมันก่อนได้ไหม คนที่เดินตามวินโดวส์ ก็บ่นทนไม่ไหวแล้ว คนที่ซื้อโน๊ตบุ๊ค อยากจะใช้ XP ก็ไม่ได้ เพราะไม่มีไดรเวอร์รองรับ ช้าก็ช้าแต่ถ้าจะใช้ลินุกซ์ ลินุกซ์เหมือนกับศาสตราจารย์กับเด็ก อนุบาล จูนเรื่องระบบ UI หากันแทบจะไม่ได้ คนใช้ก็สุดทนกับความงุนงง มีเมนูที่ตนเองอยากจะใช้ก็หายาก อุบันตูยังหายากอยู่เลย"
-งั้นผมก็เป็นคนสิ้นคิด คนหนึ่งที่ หลงระเริงกับศาสตราจารย์ linux (ที่เกิดหลัง M$ อยู่หลายสิบปี) หลงระเริงกับ ubuntu ใช้เข้าไปได้ไง ผับผ่าสิ

"-งงกับชื่อโปรแกรม ไปดูกันเองว่าชื่อโปรแกรมแต่ละอันมันน่าจะบ่งบอกอะไรได้บ้าง ชื่อโปรแกรมชื่อนึง แต่การใช้งานไปอีกทางนึง"
-นั้นนะซิ ใน M$ ไม่ยักกะแยกประเภทว่า โปรแกรมที่ติดตั้ง จะเป็นโปรแกรมกลุ่มใด มีแต่ชื่อโปรแกรมเต็มไปหมด ทั้งที่ linux แยกซะเป็นหมวดเป็นหมู่ยังกะห้องสมุด แต่M$ ยังกะร้านขายหนังสือแผงลอย

"-สรุป การพัฒนายังกระจัดกระจายกันอยู่ แต่ไม่เป็นไร ต่อไปจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ต้องหาระบบปฏิบัติการที่ดีที่สุด และได้รับความนิยมสูงสุดมาพัฒนาในทุกๆด้าน ไม่ใช่สักแต่จะออกอย่างเดียว"
-ถูกแล้ว นี่แหละวิถี open source ใครอยากจะพัฒนาส่วนใด มากหรือน้อย ไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัว ไม่มีใครมากำหนดขอบเขต แต่ใช้ชุมชนในการสร้างมาตรฐาน ซึ่งไม่ได้เกิดจากการผูกขาดของใครคนใดคนหนึ่ง

"-มาถูกทางแล้วสำหรับ OpenOffice นับวันก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่....คุณใช้จาวาในการพัฒนา คิดดูว่าเรื่องของการจัดการหน่วยความจำเป็นอย่างไรบ้าง น่าประทับใจไหม คุณเปิดเอกสารมาปุ๊บ...เอ๊ะ ไม่ใช่ เปิดอันใหม่ เสียเวลาในการโหลด

ต้องเข้าใจว่าจุดอ่อนที่เป็นปัญหาของจาวาเกี่ยวกับการโหลดโปรแกรมใหญ่ๆ ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก แม้จะรันในลินุกซ์ที่กินทรัพยากรน้อยก็ตาม "
-ลอง ใช้ http://docs.google.com ดูซิ แล้วจะรู้ว่า OpenOffice.org ให้อะไรกับเราบ้าง ที่สำคัญ OpenOffice.org นี่แหละที่ทำให้คนทั่วโลกรู้ว่า ในโลกนี้ไม่ได้มีแค่ Microsoft Office เท่านั้น!!!!....

สองสิ่งที

สองสิ่งที่ค้ำยัน windows
สิ่งแรก user มันยังเรื่องยากครับถ้าหากในโลกนี้ยังมีคำว่า user อยู่ เพราะ user ส่วนมากไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เลยส่วนมากที่ใช้อยู่เพราะการอินเตอร์เฟสกับระบบง่ายหรือผู้ใช้เข้าถึงได้ง่ายนั้นเอง
สิ่งที่สอง อีีกอย่างคือเกมส์เมอร์ windows นั้นถือเป็นปัจจัยหลักของคอร์เกมศ์เมอร์เลยก็ว่าได้หากขาด windows เพราะโปรแกรมประยุกต์ต่างๆนั้นส่วนมากถูกสร้างให้มีความสเถียรกับ windows มากกว่า อีกอย่างที่คนเราซื้อเค่รื่องคอมที่มีคุณสมบัติสูงเหตุเพราะว่าต้องการน้ำมาใช้เล่นเกมส์มิใช่หรือ

ส่วนที่ลินุ๊กหรือยูนิคนั้นเริ่มแรกเดิมทีถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ในงานเฉพาะทางมากกว่า
แต่ช่วงหลังๆมากเริ่มที่ถูกนำมาใช้งานหลากหลายรูปแบบมากยิ่งขึ้นทำให้ผู้บริโภคนั้นเริ่มเล็งเห็นความน่าสนใจของมัน

สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้เกิดในบ้านเรา

สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะให้เกิดในบ้านเราก็คือว่า บ้านเรามีกฎหมายลิขสิทธิ์ ที่มีผลบังคับใช้กันจริงๆ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถผลิตซอฟแวร์ออกมาได้ โดยที่ขายได้ไม่ขาดทุน แต่ถามว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้าระบบยังเป็นสิ่งที่ผูกขาดอย่างเช่นทุกๆ วันนี้ ถ้าคนมีทางเลือก สามารถซื่อซอฟแวร์ที่ถูกพอๆ กับซื้อซีดีเถื่อน ผมว่า คนก็คงจะเลือกเอาซอฟแวร์แท้ ที่มีบริการหลังการขายจะดีกว่าครับถ้าไม่มีโอเพนซอร์ส การลดจำนวนผู้บริโภคซอฟแวร์เถื่อนแทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะรายได้ของคนทั้งเดือนสำหรับบางคนก็ยังไม่พอที่จะซื้อซอฟแวร์ของแท้เพียงชุดเดียว เราไม่สามาถจะไปต่อสู้กับคนจำนวนมากได้หรอกครับ แต่เราทำให้เค้าเห็นว่าสิ่งที่เค้าทำมันไร้ประโยชน์จะดีกว่าผมว่าเราคงจะไม่ต้องไปหวังถึงต่างประเทศหรอกนะครับ เพราะระบบในบ้านของเค้าเติบโตและผูกพันธ์กันมานาน และอีกอย่างเค้าซื้อของแท้ใช้กันดัวยครับ ผมว่าเอาแค่ประเทศไทยของเราก็พอ ถ้าเราสามารถลดจำนวนผู้บริโภคซอฟแวร์เถื่อนได้ มีอุตสาหกรรมซอฟแวร์เกิดขึ้นจริงๆ ในบ้านเราหลังจากที่มันตายไปแล้ว บ้านเราจะได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อแข่งขันกับต่างประเทศได้ซะที คน IT ก็จะได้มีงานทำเพิ่มขึ้น และระบบ IT ในบ้านเราจะได้รับการพัฒนาอย่างจริงๆ จังๆ ซะทีประธานกลุ่ม่คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต121 ม. 3 ต.สง่าบ้าน อ.ดอยสะเก็ดจ.เชียงใหม่ 50220

ประธานกลุ่ม่คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต121 ม. 3 ต.สง่าบ้าน อ.ดอยสะเก็ดจ.เชียงใหม่ 50220

จะผิดใหม

จะผิดใหม ถ้าภาคการศึกษา ภาครัฐ เข้าใจคำว่าระบบปฏิบัติการเสียใหม่ ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows เพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายถึงคุณต้องพัฒนาโปรแกรมเพื่อให้เข้าได้กับ Microsoft Windows เพียงอย่างเดียว เงื่อนไขแบบปิดประตูตีแมว เช่น cpu ต้อง 2 กิ๊ก ขึ้น แรมต้อง 1 กิ๊ก ขึ้น OS ต้อง XP หรือ Vista Office ต้อง M$office ขึ้นไป คุณมีทางเลือกแค่นี้เองหรือ ตั้งspec มาได้ไง nectec ทำlinuxtle ออกมา(นี่ของภาครัฐนะ) ไม่ยักกะใช้(ตลก) ภาษีประชาชนเสียไปเท่าไหร่
คิดง่ายๆ หากภาคการศึกษาไม่สนับสนุน Microsoft มีนโยบายให้ภาคการศึกษาทุกส่วนใช้ open source ทั้งหมด นักเรียน นักศึกษา ต้องส่งงานเป็น OSS (open source software) ทั้งหมด ครู อาจารย์ เจ้าหน้าที่ทั้งหมด ต้องจัดทำเอกสารจาก OpenOffice.org ทั้งหมด การเรียนการสอน ใช้โปรแกรม open source ทั้งหมด
ถามหน่อยเถอะว่า ถ้าอาจารย์สั่งงานโดยให้พิมพ์ออกเป็น .odc จะมีนักเรียนคนไหนใช้ Microsoft Office พิมพ์งาน และกระเสือกกระสนหา plug in เพื่อแปลงไฟล์จาก .doc ไปเป็น .odc กันบ้าง
คิดกันเสียแต่ว่าหลวงจ่าย(ไม่ใช่ตูจ่าย)... แต่ขอโทษครับไอ่เงินที่ผลาญไป เป็นเงินภาษีของประชาชนทั้งนั้น
ปล. ไม่ได้ต่อต้าน Microsoft แต่ต้องการให้รู้ว่าเรายังมีทางหลักทางอื่นอยู่ เหมือนกับจะบอกให้รู้ว่ารถไม่ได้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า ได้เพราะ น้ำมันเพียงอย่างเดียว...

เป็นไปได้

เป็นไปได้สูงเลย แต่ว่านะ
ถ้าวันไหน ไมโครซอฟท์เกิดเป็นฟรีแวร์ขึ้นมาเพื่อแข่งกับลีนุกซ์
จะเกิืดอะไรขึ้้นอ่า

เป็นไปได้ หลายทาง

ถ้าวัดกัน 2 products ก็เป็นไปได้เสมอ
1. Microsoft ที่ครองอันดับ 1 ก็อาจจะลดชั้นลงได้
2. Linux ที่ไม่เคยขึ้นอันดับ 1 ก็อาจจะได้ขึ้นสักวัน
แต่
3. ทั้ง 2 ฝ่ายอาจสิ้นสุดกันไปเองตามกรรม

Microsoft มีศัตรูการค้าและทางอคติมากมาย เส้นทางเดินก็แคบลงทุกทีๆ แต่ทางแคบๆนี่แหละที่เป็นทางที่จะบอกว่าจุดมุ่งหมายของบริษัทหนึ่งๆควรจะวิ่งไปในทางใดๆ

Linux มีพื้นฐานที่ดีมาจาก unix (ที่ครั้งหนึ่งนานมาแล้วเคยมีแต่คนบอกว่าจะเป็น OS ตลอดกาล แต่ก็โดน Microsoft เขี่ยกระเด็นไปเฉยๆ จนกระทั้งมามี linux)
มีการสร้าง communities ระดับอุดมคติโดยใช้คำว่า OpenSource เป็นแกนในการพัฒนา app ต่างๆ ในทางอุดมคติถือว่าดีมาก แต่ทางการตลอดผมก็ไม่แน่ใจนัก
เพราะ Linux เองก็มีหลายหลากหน้าตา เรียกว่า 100 พ่อพันแม่ แม้ว่าจะมี ปู่ทวดย่าทวดคนเดียวกัน แต่ระดับหลายๆ ถือว่าผสมกันเละ
การที่ user จะเก็บจะเลือกมาใช้ ส่วนใหญ่นั้นก็เลือกกันไปตามกระแสนิยมในแต่ละช่วงเวลา เช่น ubuntu ใครบอกว่าดีก็เฮกันไปเปลี่ยนแล้วลองใช้ก็ดี
แต่ไม่ยั่งยืนและไม่มีการสร้าง product ชูโรงไว้มีอายุของ product ให้ยาวนานสักหน่อยพอที่จะเป็นที่รู้จักและใช้งานกันอย่างแพร่หลาย
ทำไม Dell เอา RedHat ไปใส่ใน Server ขายได้ ? เพราะ RedHat มีผู้จัดการมีการดำเนินการเป็นกระบวนการ
แต่ทำไม OpenSource App มากมายถูกพัฒนาแล้วก็ลืมเลือนกันไป? "ก็เพราะขาดการจัดการตั้งแต่เกิดจนตายครับ" ถ้าแก้เรื่องนี้ได้รับลองว่าเกิดและจะเป็นหนุ่มอยู่นาน
ไม่ใช่เกิดๆแก่ๆอยู่อย่างที่เป็นอยู่นี้

ความสำคัญขอนวัตกรรมอยู่ที่ ประโยชน์ไม่ใช่ความแปลกใหม่
ถ้าเราสร้างสิ่งแปลกใหม่ได้ทุกวัน แต่เอามันไปใช่ประโยชน์ได้แค่ไม่กี่ครั้ง แล้วก็สร้างสิ่งใหม่ๆมาทดแทนอีกอยู่แทบไม่เว้นว่าง
ความคาดหวังที่จะได้พบสิ่งใหม่ๆที่ดีกว่าในสมองคนใช้งานจะเกิดขึ้นตลอดเวลา และการรอคอยสิ่งใหม่ๆก็จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผู้ใช้จะลงเอยกับ linux product แบบผลัดวันประกันพรุ่ง เหมือนสาวๆที่มีหนุ่มหล่อๆรวยๆเรียงคิวมาจีบกันอยู่ไม่หนุดหย่อน
ก็ยากที่จะลงเอยกับใครสักคน ทั้งที่มันก็ ok ทุกคน แต่กว่าจะลงเอยก็ เฮ่ย แก่แล้วหว่ะ!!!

ฝากไว้:
ต้องบริหาร จัดการ ควบคุมการเกิด ใช้งานให้คุ้มตลอดอายุไข และสร้างสิ่งใหม่ๆไว้รอก่อนที่มันจะตาย

opensource communities ทั้งหลาย จะต้องหันหน้าเข้าหากันอย่างเป็นรูปธรรมกว่าปัจจุบัน
และต้อง(แค่)ยอมรับการมีอยู่ของระบบทุนิยม การสร้างสรรค์จึงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเห็นผลได้

คงเป็นเรื

คงเป็นเรื่องยากที่ ไมโครซอร์ฟจะตกจากอันดับหนึ่งในตลาดโฮมยูส เพราะตราบใดที่การใช้งานของ ลินุกซ์ ยังเป็นมิตรกับผู้ใช้อย่างตอนนี้ ซึ่งยังถือว่าน้อยมาก
ถึงแม้จะมี ubantu ที่ว่าใช้งานง่ายแล้ว แต่มันก็ยังยากอยู่ดีกับหลาย ๆ คน แค่ซอร์ฟแวร์ กับการซัพพอร์ต ก็ ยาก จะไปเรียน หรือ อบรมก็แสนแพง ซื้อหนังสือมาอ่านเอง
ก็ไม่เคยเห็นมีเล่มไหน ที่เด็กน้อย หรือ คนที่ไม่รู้เรื่องคอมอ่านแล้วจะสามารถเอามาใช้งานได้ แถมกว่า 90% ของหนังสือเกี่ยวกับ ลินุกซ์ ที่ว่าง
ส่วนใหญ่กว่าจะว่าแต่เรื่องการติดตั้งซะส่วนใหญ่ แล้วเคยคิดหรือปล่าวว่าคนใช้ทั่วไปติดตั้งแล้วทำไรได้มั่ง บ้างที่ใช่อยู่ที่ พวกลินุกซ์ อาจจะเตรียมอุปกรณ์
หรือโปรแกรมที่พร้อมใช้งานมาให้แล้ว แต่ ว่ามันไม่ใช่ เพราะความเคยชิน ในการใช้โปรแกรมตัวอื่น อย่าง PhotoShop คุณเปลียนไปใช้ gimp ของลินุกซ์
ส่วนใหญ่จะส่ายหัว เพราะความเป็นมิตรของโปรแกรมมากเกินไปทำให้ใช้ไม่เป็น แล้วไหนจะเกมส์ ยิ่งบ้านเราไม่ต้องพูดถึง อย่างเกมส์ออนไลค์ ที่มีอยู่ทั่วไปในโลกไซเบอร์
บริษัทที่นำเข้ามาบริการก็เอาเข้ามาแค่แพตฟอร์มเดียว คือ แพตฟอร์มของ วินโดวส์ แต่ของลินุกส์ ไม่เอาเข้ามา แต่ถึงจะบอกว่ามีโปรแกรมที่ช่วยทำให้เล่นเกมส์ของวินโดวส์บน ลิกนุกซ์ ได้
แต่ถามว่าได้ 100% หรือปล่าว คำตอบคือไม่ บ้างเกมส์เล่นได้ บ้างเกมส์เล่นไม่ได้ เล่น ๆ ไปหลุด เล่น ๆ ไปเสียงหาย เซฟไม่ติด ฯลฯ ตราบใด ที่ยังไม่มีการสนับสนุนกันจริง ๆ จัง ๆ ก็คงเป็นไปได้ยาก
ที่ลินุกซ์จะครองโลก ลองไล่ จับ หรือตรวจสอบร้านเน็ตในเมืองไทยดูก็ได้ ว่ามีกี่ร้านในเมืองไทย ที่ลงลินุกซ์ทุกเครื่อง แล้วเด็กเข้าไปเล่นเกมส์ออนไลค์เต็มร้าน ถ้ามีอย่างนั้นแสดงว่าลินุกซ์ครองโลกเรียบร้อยแล้ว

เอาด้วย

ถ้าโลกนี้มีแต่คนจริงจังกับชีวิตหรือเด็กเรียนนั่นแหละลีนุกซ์จะมา..

*****ทั้งหมดน

*****ทั้งหมดนี่คือความคิดเห็นส่วนตัวจากผ่านตา อาจจะผิดบางประการก็ได้*****

มันไม่แน่เสมอไป อย่างน้อยไมโครซอฟต์ไม่ตายเพราะยังมีคนใช้กับมัน ขณะเดียวกัน โอเพนซอร์สทั้งหลายก็ยังอยู่คงกระพันเป็นเวลาหลายสิบปีพอจะเห็นได้ ปัญหาอยู่ที่ว่าพวกเขาจะปรับตัวทันเมื่อไมโครซอฟต์หมดความนิยมได้อย่างไร เพราะมันเป็นอะไรที่มีแต่ได้บ้างเสียบ้าง

ไมโครซอฟต์เลือกที่จะให้ผู้ใช้สามารถใช้งานง่ายจนคนธรรมดาเข้าใจ แต่ต้องยอมเสียตังค์เพื่อความต้องการของผู้บริโภค ในขณะฝั่งโอเพนซอร์สหรือฟรีแวร์ไม่หวังผลการค้าไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ต้องกลัวค่าลิขสิทธิ์แพงหูฉี ความเสถียรน่ายกย่องอยู่ แต่บางคนไม่ชินกับมันและยังต้องศึกษาอีก (ตอนผมเรียนโปรแกรมมิ่งสำหรับเซิฟเวอร์ เจอเรื่อง Terminal ครั้งแรกยังต้องศึกษาใหม่หลังจากใช้แต่วินโดวส์เกือบสิบปี) ยิ่งภาครัฐของไทยยี่งเข้าไปใหญ่ เคยได้ยินมาว่าไม่กล้าใช้ของที่ไม่ใช่เครือไมโครซอฟต์เพราะใช้งานยากเกินไป ซึ่งนับวันเงินงบประมาณของรัฐจะค่อยๆกัดกินลง ทั้งที่น่าจะมีของฟรีทดแทนบางอย่าง ในขณะทางรัฐหนึ่งในอินเดียมีนโยบายหลีกเลี่ยงซอฟต์แวร์ผูกขาดการค้า โดยหันมาใช้ของฟรีและถูกลิขสิทธิ์จนเห็นข้อดีว่า เป็นการลดจุดอ่อนทางการเงินของรัฐได้ดีเลยทีเดียว

และอีกปัญหาหนึ่งที่ผมรู้สึกวิตกอยู่คือ เรื่องของมัลแวร์ เข้าใจว่าเพราะบางตัวสามารถรันโปรแกรมบนวินโดวส์ที่เกิดจากคอมไพลบนระบบปฏิบัติการนั้น และมีผู้ใช้ดังกล่าวค่อนโลก จึงไม่แปลกที่มัลแวร์มักจะโจมตีบนวินโดว์เป็นประจำ แต่ถ้าไมโครซอฟต์หายไปจากโลกนี้ล่ะ คนหันมาใช้ตระกูลลีนุกซ์(หรือแมค)กันมากขึ้นทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและตามบ้าน ผู้สร้างมัลแวร์เพื่อประสงค์ร้ายก็อพยศไปติดเชื้อที่นั้นหมด (ถ้ามีคนแฮกได้)

เล่ายาวแล้วล่ะ ขอพูดจบเพียงเท่านี้

ผมใช้โน๊ต

ผมใช้โน๊ตบุคของเอเซอร์ลงวิสต้ากินระบบเยอะมากต้องไปลงแรมเพิ่มเป็น 2.5 กิก ถึงจะทำงานได้เร็วมันอืด ก็มาเจอลีนุกซ์
ผมกำลังตัดสินใจจะใช้ลีนุกซ์อะไรนะPC Linux OS 2009 ทีแรกก็งงซะ ทำไมลีนุกซ์มันมีหลายอย่างจัง โหลดมาแล้วก็ลงไม่เป็น
จนสรุปได้ความว่า ก็เราไม่เคยใช้ ไม่เคยศึกษา แล้วจะไปรู้ได้ไงว่าคำสั่งต่างๆ มันใช้ยังไง เหมือนตอนที่เริ่มหัดใช้คอมพิวเตอร์เลย
ดีแต่ว่าตอนนั้นคำสั่งของวินโดส์มันแปลง่าย และมีหนังสือวิธีใช้ออกมาเยอะ มันก็เลยใช้เวลาน้อยก็ใช้งานคล่องแล้ว
ก็ทำให้คิดได้ว่าตูต้องไปหาหนังสือเกี่ยวกับลีนุกซ์มาศึกษาหรือจากที่ไหนซะก่อนจะได้ใช้งานคล่องๆ แต่ก็หาได้น้อยจัง
เพราะฉะนั้น ก็อยากฝากถึงผู้พัฒนาทั้งหลายถ้าอยากให้โดนใจผู้คนมันต้องเผยแพร่ให้กว้างขวาง และง่ายในการเรียนรู้ แต่ที่รู้ๆ ตอนนี้ผมลงลีนุกซ์เป็นแล้วแต่หาไดรเวอร์ไม่ได้
อยากจะร้องไห้ เพราะไม่รู้จะไปหาที่ไหน

ตอนนี้ก็ห

ตอนนี้ก็หวังว่า ปีหน้า ผู้พัฒนา Mainboard การ์ดจอ ราคาถูก และบรรดา ผู้ผลิต Notebook จะ ทำ Driver สำหรับ Linux บ้าง เพราะการลง Linux
จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหา Driver มาลง เพื่อให้การทำงานของ Notebook ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สักหน่อย

และก็หวังว่า Java แห่ง Sun จะไม่พัฒนาให้ โครงสร้าง ภาษา มีอะไรที่จะซับซ้อนขึ้นไปกว่านี้อีก

ไมโครซอฟท

ไมโครซอฟท์มี Zune ด้วยนะ อย่าลืม

สรุปว่าหา

สรุปว่าหาเราพัฒนาลีนุกได้ดีและใช้กันทั่วประเทศ จะทำให้เราพัฒนาทันอเมริกา สิงคโปร์ หรืออินเดียใช่ไหมครับ ทำไมเราไม่มามองหาหรือทำแอฟฟลิเคชั่น ส่งเสริมการพัฒนา สร้างโปรแกรมทเมอร์เก่งๆๆ หรือใช้ความเก่งของไมโครซอฟท์มาต่อยอดสร้างพัฒนาประเทศ จะดีกว่าไหมกับการมานั่งต่อสู้เขาอยู่ ต่อรอง เอาเทคโนโลยีมาพัฒนาบ้านเรา อินเทล กะ ไมโครซอฟต์ เขาไปลงเงินเท่าไร ที่เวียดนาม
เทคโนโลยีนะครับ ไม่ใช่ลัทธิ

ยากครับ91%=wind

ยากครับ91%=windowsนะครับ mac=7% linux and solaris 2%
game for windowsก็เยอะ
เกมออนไลน์บนwindowsก็เเยะ
andriodก็สู้iphoneไม่ได้
linuxหาdriverยาก
เกมก็หายาก หาได้เเต่เกมกากๆ
ีuserระดับต่ำก็ใช้ไม่เป็น interfaceก็ไม่สวย
opensourceครองโลก ไม่มีทาง

noway

ไม่ได้สนับสนุน/ต่อต้านใคร แต่ถ้ายังมีคอมพิวเตอร์อยู่ก็ยังต้องมีซอฟต์แวร์เป็นของคู่กัน บริษัทค้าขายก็ต้องมีอยู่ต่อไป อยู่ที่ว่าเปลี่ยนไปเป็นแบบไหน บริษัทฯ องค์กรไม่แสวงกำไร ซอฟต์แวร์ฟรีบริการเสียตังค์ จะแบบไหนก็จำเป็นทั้งนั้น ลองคิดดูง่ายๆว่าถ้าคุณเป็นเจ้าของไมโครซอฟต์คุณจะทำยังไงถึงจะอยู่ได้

ถ้าสถานการณ์แย่สุด สมมติว่าไมโครซอฟต์เจ๊งจริงๆ แล้วลินุกซ์เป็นเจ้าโลก คุณคิดว่าไมโครซอฟต์จะมาขายลินุกซ์ไหมล่ะ?

คาดว่าจะย

คาดว่าจะยิ่งยากขึ้นไปอีก เมื่อ windows 7 ออกมา

หลังจากได้ลองตัวทดสอบแล้ว XP VISTA คงตาย

แล้ว linux หละจะไปทางไหน

ถ้าแค่OS

ถ้าแค่OS กับAPPทั่วไปซึ่งเด็กนักเรียนก็ต้องใช้ ไม่รวมถึง เกม,CAD,CAM หรืออะไรเฉพาะงานที่คิดว่าทำรายได้คุ้มเงินและยอมจ่าย
1.เรื่องของOffice ถ้าM$ไม่ยอมใช้ODF แล้ว OpenOffice ทำเพิ่ม plug-in ให้ save เป็น *.doc formatตาม version M$ Office
บ้างไม่ได้รึ เพราะงานยังต้องส่งแลกกันระหว่างหน่วยงานทั้งใน-นอก เปลี่ยนซะทีเดียวพร้อมกันเป็นไปได้ยาก และM$คงไม่อยากเปลี่ยน จนกว่าจะมีเหตให้ต้องเปลี่ยน
เอาอย่างไม่ลำเอียงนะ ผมว่าใครอยากใช้แบบ เสียเงินแต่มียี่ห้อ(ซึ่งมีหลายยี่ห้อ)ก็ตามใจเขา ทีMACแพงกว่ายังยอมเลย เป็นความต้องการเฉพาะบุคคลน่ะ
แต่ตอนนี้ มันติดปัญหาเรื่อง doc formatนี่แหละครับ จึงเปลี่ยนไปใช้อย่างอื่นด้วยได้ยาก ก็เลยกลายเป็นว่าใช้แบบมียี่ห้อด้วย และไม่ซื้อด้วย Admin ก็จำต้องยอม
2.linux เป็น OS ขั้นตอนผู้ใช้ แค่เปิด-->เรียกใช้โปรแกรม(ตอนนี้UIก็ขึ้นกับโปรแกรมซึ่งคล้ายกันแทบทุกOS)-->ปิดOS วันหนึ่งใช้OS 2ทีเอง จบแล้ว
เมื่อก่อนตั้งแต่DOSก็ทำอยู่แค่นี้ copyไม่เป็น หาโฟลเดอร์ไม่เป็น ไม่เป็นไร ใช้ SAVE AS ในโปรแกรมเอาเรื่อยไปก็มี ผู้ใช้เบื้องต้นเค๊าไม่สนใจหรอกครับ
OS อะไรก็ช่างปะไรทำงานได้ก็พอไม่ได้อยากรู้สักหน่อย(อย่าสับสนUSERไม่ใช่ว่าเค๊าโง่ อาจหมายถึงผู้บริหารซึ่งไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องsetเครื่อง)
แต่ถ้าเก่งกว่านี้จนถึงadmin คือเค๊าชอบ ศึกษาเอาได้เดียวนี้setง่ายกว่าก่อนเยอะ ที่กระทบมากผมว่าโปรแกรมเมอร์นะ tool ทำมาหากินที่คุ้นเคยของใครหลายๆ คน
Visual xxx ไม่มี...ทำไงดี java,python,mono,php,c,c++ แล้วโคดเก่างานเก่าก็หมดกัน เหลือแต่โครงร่าง กว่าจะคุ้น ผมว่าเล่นเอาเหนื่อยไปเป็นเดือนน่ะ

ผมว่าอย่า

ผมว่าอย่าเพิ่งอัคติกับ microsoft ผมว่า microsoft เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการพัฒนาเครื่อง pc ให้ได้รับความนิยมก็ว่าได้ตรงนี้ต้องให้เครดิตเค้า

ตอนนี้ linux ก็พัฒนาได้ดีเลยที่เดียวแต่ยังขาดขั้นตอนในการประชาสัมพันธ์คู่มือก็มีน้อย ผมว่า linux ควรพัฒนาตรงนี้จะทำให้ linux ยิ่งใหญ่กว่านี้

ต้องพูดถึ

ต้องพูดถึงสิ่งที่ linux ต้องพัฒนาเป็นอย่างมาก็คือความสะดวกและง่ายสำหรับ user

สิ่งที่ windows ได้รับความนิยมเพราะความง่าย เด็กบางคนยังลง windows ได้

ซึงภาพของ linux ที่ยังติดตาทุกคนคือ ต้องใช้คำสั่งอะไรวุ่นวาย เท่าที่ผมใช้มาก็ยังจำเป็ฯต้องใช้อยู่

driver ต่าง ๆ ไม่support ทำให้หลายคนถอดใจถึงแม้จะอยากใช้มากก็ตาม

so

เยี่ยมครับ.....
ผมก็อยากให้เป็นเช่นนั้น...ครับ!
เพราะว่าผมก็ใช้ ..linux...ครับ...ไม่มีปัญหาเรื่อง virus! รับประทาน...ครับ
Linux ต้ิองมีการประชาสัมพันธ์ให้มากๆครับ หรือ จัดให้อยู่ในหลักสูตรการศึกษา(ยิ่งดีครับ)
เมื่อไหร่ก็เรียนแต่ windows ,office word 2003 ,excel. (เมื่อไหร่จะพัฒนาสักที)

55+

อ่านหมดแระ เข้าจัย open sourceและไม่open source เอาแบบนี้ง่ายๆ แบบตรงๆเลย หันมาดูตั้งแต่
1หลักสูตรการศึกษา ทุกระดับ
2ของปลอมของละเมิด loadในbit-แผ่นผี
3ตัวคุนเองต้องการอะไรจิงๆ ความสุขของตัวเองอย่างเดียวใช่ไหม
4คุนอยากให้ประเทศเป็นอย่างไรในอนาคต ตายแล้วเกิดใหม่ก็เจอ Microsoftที่เกบเงินคุนเหรอ

ผมไม่เคยใช้ open sourceแต่ตอนนี้คิดว่ายังไงก็ต้องใช้ให้ได้ใช้ให้เป็น
ธุรกิจมันก็คือธุรกิจใช่แต่ถ้าจะผูกขาดกันมากไปก็ไม่ควรไปใช้หรือคุนชอบ
มีของฟรีก็ดีแร้วใครๆก็ชอบแต่ต้องใช้แบบจิงจังมีระบบที่ดี ผมคิดว่าmicrosoftอาจไม่เจ๊งแต่อาจน้อยลงเพราะต่อไปเมื่อuserเข้าใจขึ้น(ฉลาด)ก็จะใช้ open source
ตอนนี้คุนคิดว่าประเทศเราพัฒนาเหรอมองไปทางไหนก็ไม่ใช่ของไทยแท้ๆตั้งแต่รถยนต์-คอม-อีกมากมาย รัฐบาลมัวแต่ทะเลาะกัน กรรมมันก็ตกอยู่ที่พวกเราๆคับ
ไม่ร่วมมือ+ไม่มีความสามัคคีจะไปกันได้อย่างไรในทุกๆอย่าง คุนรักประเทศไทยปะหรือรักแต่ตัวเอง

ปล-ถ้าอ่านไม่เข้าจัยให้อ่านข้อ1-4ใหม่

มาดี

อ่านหมดแระ เข้าจัย open sourceและไม่open source เอาแบบนี้ง่ายๆ แบบตรงๆเลย หันมาดูตั้งแต่
1หลักสูตรการศึกษา ทุกระดับ
2ของปลอมของละเมิด loadในbit-แผ่นผี
3ตัวคุนเองต้องการอะไรจิงๆ ความสุขของตัวเองอย่างเดียวใช่ไหม
4คุนอยากให้ประเทศเป็นอย่างไรในอนาคต ตายแล้วเกิดใหม่ก็เจอ Microsoftที่เกบเงินคุนเหรอ

ผมไม่เคยใช้ open sourceแต่ตอนนี้คิดว่ายังไงก็ต้องใช้ให้ได้ใช้ให้เป็น
ธุรกิจมันก็คือธุรกิจใช่แต่ถ้าจะผูกขาดกันมากไปก็ไม่ควรไปใช้หรือคุนชอบ
มีของฟรีก็ดีแร้วใครๆก็ชอบแต่ต้องใช้แบบจิงจังมีระบบที่ดี ผมคิดว่าmicrosoftอาจไม่เจ๊งแต่อาจน้อยลงเพราะต่อไปเมื่อuserเข้าใจขึ้น(ฉลาด)ก็จะใช้ open source
ตอนนี้คุนคิดว่าประเทศเราพัฒนาเหรอมองไปทางไหนก็ไม่ใช่ของไทยแท้ๆตั้งแต่รถยนต์-คอม-อีกมากมาย รัฐบาลมัวแต่ทะเลาะกัน กรรมมันก็ตกอยู่ที่พวกเราๆคับ
ไม่ร่วมมือ+ไม่มีความสามัคคีจะไปกันได้อย่างไรในทุกๆอย่าง คุนรักประเทศไทยปะหรือรักแต่ตัวเอง

ปล-ถ้าอ่านไม่เข้าจัยให้อ่านข้อ1-4ใหม่

for all people

จุดมุ่งหมายของการพัฒนาต่างกันหรือไม่
สมมุติว่าวันนึงมี os ที่มีประสิทธิภาพเท่ากับ os ของวินโดส์ ทุกอย่าง แต่ต่างกันตรงที่อีกตัวนั้น ไม่ต้องเสียเงินเลย
ทุกอย่างจะพลิกกลับทันที ปริมาณของผู้ใช้ของฟรีจะมากขึ้นเรื่อยๆ จนในวันนึง os ของวินโดส์จะราคาถูกลงอย่างมาก
และอาจมีรุ่นที่ใช้แจกฟรีกันเลย แต่ก็ขึ้นอยุ่กับเจ้าของบริษัทแล้วละว่าจะปิดกิจการไปเลยรึว่าจะพัฒนาเพื่อทุกๆคนจริงๆ
ถ้ามีของดีแล้วไม่ต้องเสียเงินใช้มันน่าสนใจกว่าไม่ใช่รึและทุกสิ่งก็จะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนโดยเฉพาะคนที่ด้อยโอกาส
ขลาดแคลนทุน ยังไงก้หวังว่า os ที่ไม่แสวงหาผลกำไรจะไม่โดนขัดขากลางทางซะก่อนนะ สู้ๆ

มันก็แค่

มันก็แค่ linux ไม่เอาข้อดีและข้อด้อยของ microsoft มาศึกษา แต่ microsoft เอาข้อดีและข้อด้อยของ linux มาศึกษาพัฒนา(บางอย่างก็ลอก)ทำให้เค้าชนะอยู่วันยังค่ำ

ผมรู้สึกย

ผมรู้สึกยินดีที่ได้เป็นสมาชิก Thaiopensource.org ครับ

มีความเป็นไปได้แน่นอนที่ซอร์ฟแวส์จ่ายเงินทั้งหลายจะต้องคิด

ปัจจุบันองค์กรผมก็ใช้ Opensource กันเกือบหมดแล้ว Linux, Ubantu, OpenOffice มีใช้วินโดว์บ้างก็เพราะบางงานยังไม่คุ้ยเคยที่จะใช้กับ Opensource แต่หากในวันข้างหน้ามีการพัฒนาไปให้เอื้อต่อการใช้งานสำหรับคนที่เป็นเพียง User ธรรมดาๆ ได้ละก็... วินโดว์ก็ต้องสะเทือนแน่นอนที่ผมเข้าใจ (เอง) นะครับ ผู้บริการวินโดว์เขาก็คงไม่ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้หรอก ถ้าเป็นผมก็คงต้องทำอะไรบางอย่างที่จะรองรับตลาดผู้ใช้แบบ Opensource ซึ่งไม่แน่เราๆ ท่านๆ อาจจะไ้ด้เห็น Microsoft Opensource version ก็ได้ครับ 555... 

HostelsHotel.com, Asia's Top Destination Youth Hostels like Singapore, Thailand, Hong Kong, Korea, China, Bali, Philippines, Malaysia or whatever...

20 ปีบน Windows กับ 1 ปีบน Ubuntu

ผมเองโตมากับ DOS (Dirty Operating System ตอนหลังเปลี่ยนชื่อไป) ซึ่งตอนหลังก็มี shell ชื่อ Windows 3 และพัฒนาต่อมาเรื่อยๆ จนในที่สุด Windows ก็มี core เป็นของตนเอง ระหว่างนั้นก็ได้ทดลองใช้ linux ที่แสนจะติดตั้งยาก และหา Application มาใช้ไม่ได้เลยเป็นครั้งคราว ระหว่างที่ทำงานให้กับบริษัทที่ขาย Software/Hardware ก็รู้สึกแย่ๆ เหมือนกันกับปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ ซึ่งรู้ได้เลยว่าผู้ผลิตใช้ความพยายามสูงสุดที่จะป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ของเขา วันหนึ่งเมื่อไม่ได้ทำงานกับบริษัทแล้วหันมาใช้ Windows เถื่อนซะเองบ้างยิ่งรู้สึกแย่ใหญ่เลย ซึ่งไหนเลยจะมีปัญหากับ genuine ซึ่งแอบเข้ามาใช้ CPU ทั้ง Driver ซึ่งต้องลงใหม่ทุกครั้งที่มีของใหม่ๆมาติดตั้ง โปรแกรมที่ติดตั้งจะถอดเข้าถอดออกไม่ได้ เพราะ Registry ที่จะบวมออกๆ ทำให้เครื่องอืด ขยะที่ติดค้างหลังจากเอาโปรแกรมออก การติดตั้ง Windows ก็แสนยากเพราะลงเสร็จแล้วต้องลง Applications ตามอีกเป็นสิบ และแต่ละ Applications ก็อาจจะขัดแย้งกันเองได้ด้วย เวลาใช้ไปสักพักหนึ่งก็จำเป็นที่จะต้องติดตั้ง Windows ใหม่อีกครั้ง และ Virus ซึ่งผมไม่เคยแน่ใจว่า Antivirus เถื่อนที่ใช้อยู่จะป้องกันมันได้ผล Windows ก็ออก patchใหม่ออกมาเรื่อยๆ และผมก็ไม่แน่ใจว่า ตัวป้องกัน genuine ที่ติดอยู่จะถูก Microsoft แก้ไขไปหรือไม่ สิ่งที่แย่ที่สุดก็คือจิตใจของผมเอง โปรแกรมทุกตัวที่ติดตั้งอยู่บน Windows รวมถึงตัว Windows เองล้วนเป็นของละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ซึ่งผมเองทำใจยอมรับมันไม่ได้ ความรู้สึกละอายที่เหมือนกับการขโมยของผู้อื่นมามันแย่มากๆ ผมอ่านบทความของคุณดังตฤณเรื่องกรรมที่เกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ยิ่งทำให้รู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิม ท่านอธิบายว่า การไม่เห็นคุณค่าในงานของผู้อื่นจะทำให้เราไม่เห็นคุณค่าในงานของตนเองด้วย เมื่อเราไม่เห็นคุณค่าในงานของตัวเองผู้อื่นก็จะไม่เห็นคุณค่าในงานของเราเช่นกัน กรรมนี้กำลังตามสนองผมอยู่ในปัจจุบันเมื่อประมาณสองปีที่ผ่านมา ผมและผู้ใช้งานต้องลง Windows ใหม่ให้กับเครื่องที่มีประมาณสิบกว่าเครื่องไม่ต่ำกว่าร้อยครั้งด้วยสาเหตุของการลง Software แบบมั่วของผู้ใช้งานและปัญหาไวรัสที่มองไม่เห็นทางแก้ไข ผมต้องหาทางออกเมื่อประมาณหนึ่งปีที่ผ่านมา ผมตกลงใจว่าจะทดลองใช้ linux อีกครั้งหนึ่ง เริ่มจากการเอา linux tle มาลองใช้ และอ่านบนทความเกี่ยวกับ linux ในบทความหนึ่งพบว่าผู้พัฒนา linux tle ใช้ Ubuntu (แล้วผมจะทนใช้ linux tle ทำไมอะ) ผมจึงเริ่มหันมาใช้ Ubuntu Version ที่ดาวน์โหลดมาใช้ขนะนั้นคือ 8.04 และอีกไม่นานก็กลายเป็น 8.10 ความรู้สึกครั้งแรกที่ใช้คือนรกชัดๆ ครับ เนื่องจากไม่รู้จักอะไรบน Ubuntu เลย ไม่รู้ว่าโปรแกรมอะไรทำอะไร ไม่รู้ว่าจะติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมอย่างไร ฯลฯ แต่ผมก็ทนใช้ เพราะผมไม่อยากหันหลังกลับไปเจอกับนรกขุมเดิมๆ ที่ยืดเยื้อแอบแฝงไม่รู้จบ หลังจากที่ตะลุยอ่านเรื่องของ Ubuntu อยู่ 3 เดือนความรู้สึกผมก็เปลี่ยนไปรู้สึกเหมือนกับขึ้นสวรรค์ ช่างดีมากกกครับ เพราะว่าผมไม่ต้องแอบทนใช้ Software เถื่อนทุกอย่างอีกต่อไปผมเป็นอิสระจากการถูกตราหน้าและตราบาปจากความรู้สึกผิด ผมเริ่มรู้จัก Software ต่างๆ บน Ubuntu มากขึ้น ถึง Software บางตัวจะมีข้อจำกัดมากกว่าใน Windows รู้จักวิธีติดตั้ง Software FREE จาก Internet เมื่อก่อนเวลาผมจะไปลง Windows ผมจะต้องพกแผ่นไป 2 กล่อง เดี๋ยวนี้ผมจะลง Ubuntu Linux ผมพกแผ่น CD ไป 1 แผ่น ผมลง Windows ให้ User ใช้งานได้ต้องใช้เวลา 1 วันเต็มๆ แต่ผมลง Linux ให้ใช้งานแบบ User ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชม ข้อสำคัญคือผมยังไม่เจอใครแจ้งมาว่าเจอไวรัสเข้าเล่นงานบน Ubuntu ที่ผมติดตั้งให้ ไม่มีใครแจ้งมาว่าติด genuine จนเครื่องอืดไปแล้วจะแก้ไขอย่างไร ติดตั้งไปแล้วยังไม่มีใครขอให้ไปลงให้ใหม่เพราะเครื่องรวนจนทำงานไม่ได้ ขนาด Harddisk ที่ใช้สำหรับโปรแกรมก็เล็ก งานพัฒนาโปรแกรมที่ผมทำบน Ubuntu ก็สามารถทำได้ (คงต้องแสดงความเสียใจกับผู้พัฒนา .NET, VB เพราะคงทำอย่างนี้บ้างไม่ได้) และเหมาะสมที่จะทำยิ่งกว่าเดิม ผมคงไม่เปลี่ยนกลับไปใช้ Windows อีกต่อไปหาก Linux พัฒนาได้ดีอย่างนี้ต่อไปปล. ถ้าผมใช้ Windows และ Software ต่างๆ แบบมีลิขสิทธิ์ คงต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เป็นหลักแสนแน่ๆปล2.ผมคัดลอกไปไว้ที่ blog ของผมด้วยแล้ว

รื้อหลักสูตร

หลักสูตรการเรียนการสอนวิชาคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ประถม มัธยม ไปจนถึงอุดมศึกษา สมควรปรับรื้อกันใหม่ ทุกวันนี้เห็นเด็กนักเรียนทำการบ้านวิชาคอมพิวเตอร์ส่งครู เห็นมีแต่ word  excel power point flash photoshop ไม่ยักจะมีเจ้าพวก open source ให้เด็กแกได้เรียนรู้และซึมซับ ซึมทราบกันแต่เล็ก ๆ เลยกระทรวงศึกษาธิการ+ICT จับครูสอนคอมไปอบรม open source ด่วน